ลิเวอร์พูล กับประวัติเกมส์เยือน ที่ต้องจดจำ ในการแข่งขัน แชมป์เปี้ยนส์ลีก

0
170
ลิเวอร์พูล

โชว์ฟอร์มโหดไปหมาดๆด้วยการบุกกระซวกใส่ บาเยิร์น มิวนิค ได้ถึงถิ่น 3-1 พร้อมกับตบเท้าเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างยิ่งใหญ่สำหรับ ลิเวอร์พูล ซึ่งเกมดังกล่าวไม่ใช่เกมเยือนที่น่าจดจำเกมแรกของ “หงส์แดง” ในเวทียุโรป มาในสกู๊ปนี้ผมจึงขอขุดคุ้ยหาอดีตเกมเยือนทีเด็ดของ ลิเวอร์พูล มาให้ได้ลำรึกถึงกันครับ

ยังไม่ลืม อดีกเกมส์แชมป์เปี้ยนส์ลีกของ ลิเวอร์พูล ที่จำติดใจ

  1. เรอัล มาดริด 0 – 1 ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล

ฤดูกาล 2008-09

รอบ : 16 ทีมสุดท้าย

รวมสองนัด : ลิเวอร์พูลชนะ เรอัล มาดริด 5-0

ช่วงยุคสมัยของ ราฟาเอล เบนีเตซ พลพรรค “หงส์แดง” ไม่เป็นสองรองใครในศึกสโมสรยุโรปเลยแม้แต่น้อยซึ่งนัดนี้ก็เป็นตัวการันตีได้อย่างแท้จริงว่าลิเวอร์พูล นั้นโหดสุดๆใน แชมป์เปี้ยนส์ลีก

ในฤดูกาลดังกล่าว “ราชันชุดขาว” นำมาโดยกุนซืออย่าง ฆวนเต้ รามอส พร้อมแข้งสตาร์ดังมากมายทั้ง อาร์เยน ร็อบเบน, ราอูล กอนซาเลซ, ฟาบิโอ คันนาวาโร่ และ อีเกร์ กาซิยาส

ทว่า ราฟา ก็ยังคงเก๋าในเรื่องของแทคติค เขานำ “หงส์แดง” บุกไปเอาชนะ เรอัล มาดริด ได้ถึงถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว 1-0 จากการทำประตูของ ยอสซี่ เบนายูน นาทีที่ 82 ซึ่งเป็นการทำ “ราชันชุดขาว” เจ็บปวดสุดๆ อีกทั้งนัดที่สองใน แอนฟิลด์ พวกเขายังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการถลุงยักษ์ใหญ่จากสเปนไปแบบไม่ยั้งเท้า 4-0 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปได้ด้วยสกอร์งดงามเหลือเกิน


2.ยูเวนตุส 0 – 0 ลิเวอร์พูล

ยูเวนตุส

ฤดูกาล : 2004-05

รอบ : 8 ทีมสุดท้าย

รวมสองนัด : ลิเวอร์พูล ชนะ ยูเวนตุส 2-1

เห็นฤดูกาลก็คงพอจะทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะครับว่าทำไมผลเสมอแค่ 0-0 จึงมีความหมายที่ยิ่งใหญ่สำหรับ “หงส์แดง” และเป็นเกมสุดล้ำค่าที่สุดเกมหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล

ในนัดแรกขุนพล “เร้ด แมชชีน” เปิดบ้านบดเอาชนะ ยูเว่ ไปได้ก่อน 2-1 แต่พวกเขาก็เสียเปรียบด้วยประตูทีมเยือนนั่นแหละทำให้นัดที่สองใน ตูริน อาจจะเป็นงานหนัก

อย่างไรก็ตาม ราฟา ก็แสดงกึ๋นด้วยการวางแทคติคแบบรัดกุมที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะในนัดที่สองนี้ สตีเวน เจอร์ราร์ด นักเตะ มิดฟิลด์คนสำคัญติดโทษแบนไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้

แนวรุกดังค้ำฟ้าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช, พาเวล เนดเวด, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ หรือแม้แต่ เมาโร คาโมราเนซี่ ไม่สามารถเจาะแนวรับของ ลิเวอร์พูลเข้าไปทำประตูเดียวที่ต้องการได้ สุดท้าย “หงส์แดง” ก็ทะยานผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศพร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ได้ในท้ายที่สุด


3.แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 – 2ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล

ฤดูกาล : 2017-18

รอบ : 8 ทีมสุดท้าย

รวมสองนัด : ลิเวอร์พูลชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-1

อย่างที่ทราบกันดีว่าขุนพล “เรือใบสีฟ้า” ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีความโหดและพร้อมที่จะสร้างเซอร์ไพรซ์เสมอทำให้สกอร์นัดแรกที่ ลิเวอร์พูลถล่มเอาชนะมา 3-0 นั้นยังไม่มีความแน่นอนแต่อย่างใด

นัดที่สองในสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในช่วงแรกดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นใจให้กับ ซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เชซุส สามารถทำประตูให้กับทีมได้ตั้งแต่นาทีที่ 2 ของการแข่งขันและหลังจากนั้นไม่ต้องสืบว่า “เรือใบสีฟ้า” โหมกระหน่ำเปิดเกมรุกอย่างดุดันขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล กลับเล่นเกมนี้ได้แบบนิ่งสงบ สยบทุกความเคลื่อนไหว พวกเขาไม่ร้อนรน ไม่ล่ก และมีความมุ่งมั่นมากๆทำให้แนวรุกของ ซิตี้ ไม่สามารถทะลวงประตูที่ต้องการเพิ่มได้

สุดท้ายช่วงครึ่งเวลาหลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ มาโชว์ทีเด็ดซัดสองตุงช่วยให้ทีมพลิกกลับมานำซะดื้อๆและสกอร์ก็ห่างจนแข้ง ซิตี้ ท้อพร้อมกับยอมรับชะตากรรมของตัวเองในที่สุด


4.บาร์เซโลน่า 1 – 2ลิเวอร์พูล

บาร์เซโลน่า

ฤดูกาล : 2006-07

รอบ : 16 ทีมสุดท้าย

รวมสองนัด : ลิเวอร์พูลเสมอ บาร์เซโลน่า 2-2 แต่ผ่านเข้ารอบด้วยกฏประตูทีมเยือน

วกกลับมาในยุคของ ราฟาเอล เบนีเตซ อีกครั้งซึ่งถ้าหากให้พูดตรงๆว่ายุคของกุนซือชาวสแปนิชรายนี้คือยุคที่ ลิเวอร์พูลสร้างความปั่นป่วนในเวทีระดับสโมสรยุโรปได้มากที่สุดยุคหนึ่งก็คงจะไม่แปลกนัก

การจับสลากมาเจอกับ บาร์เซโลน่า นั้นแน่นอนล่ะไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องดีเลยแม้แต่น้อยทว่า “หงส์แดง” กลับสร้างสิ่งที่น่าตื่นเต้นได้สำเร็จด้วยการบุกไปสร้างเซอร์ไพรซ์โค่น บาร์ซ่า ถึงถิ่น คัมป์ นู 2-1

เคร็ก เบลลามี่ กับ ยอร์น อาร์เน่ รีเซ่ คือสองฮีโร่ยิงดับ บาร์ซ่า ได้ในนัดดังกล่าว (เบลลามี่ ทำท่าตีกอล์ฟดีใจหากใครจำได้) และสองประตูนั้นกลายเป็นประตูสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูลตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

เพราะนัดที่สองใน แอนฟิลด์ พวกเขาต้องแพ้ต่อ บาร์เซโลน่า ที่มีทั้ง โรนัลดินโญ่, ลิโอเนล เมสซี่, ซามูเอล เอโต้ และ ชาบี้ เอร์นันเดซ 1-0 ซึ่งความพ่ายแพ้นี้มันก็เพียงพอต่อการเข้ารอบต่อไปเพราะนัดแรก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ส่งลูก บอล ไปกระทบตาข่ายใน คัมป์ นู ได้ถึง 2 ครั้งนั่นแหละ

 

 

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here